ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้สร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง (HSR) ที่ครอบคลุมและเชื่อมต่อทุกเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ทำให้สามารถเดินทางระหว่างแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในภูมิภาคใกล้เคียงได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว แม้จะอยู่ห่างกันกว่าพันกิโลเมตร โดยไม่จำเป็นต้องใช้เที่ยวบินภายในประเทศ
การเดินทางท่องเที่ยวในจีนด้วยรถไฟยังเปิดโอกาสให้คุณได้ชื่นชมทิวทัศน์ที่หลากหลายของประเทศ อีกทั้งสถานีรถไฟยังตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองมากกว่าสนามบิน เส้นทางยอดนิยมอย่างปักกิ่ง–เซี่ยงไฮ้ มีรอบรถไฟออกถี่ตลอดวัน ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถวางแผนทริปและเลือกรอบเดินทางที่สะดวกที่สุดได้

รถไฟความเร็วสูงในจีนสามารถวิ่งได้ถึง 350 กม./ชม. บนเส้นทางหลัก โดยที่นั่งชั้นประหยัด (Second Class) ก็ให้ความสะดวกสบายมากกว่าชั้นประหยัดของสายการบิน และแม้แต่บนเส้นทางรอง ความเร็วเฉลี่ยก็ยังน่าประทับใจ อยู่ที่อย่างน้อย 250 กม./ชม.
ราคาตั๋วถือว่าค่อนข้างประหยัด เช่น การเดินทางระยะทาง 750 กม. (ประมาณระยะทางระหว่างกรุงเทพฯ กับเชียงใหม่โดยรถไฟ) จะจ่ายเพียงไม่ถึง 2,000 บาท และใช้เวลาเพียงหนึ่งในสามของเวลาที่ต้องใช้เดินทางในประเทศไทยสำหรับระยะทางเท่ากัน
🚄 เครือข่ายระดับชาติ
ณ สิ้นปี 2024 เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนมีความยาวน่าทึ่งถึง 48,000 กิโลเมตร และยังมีเส้นทางใหม่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือวางแผน อีกทั้งปัจจุบันยังมีความยาวรวมมากกว่ารถไฟความเร็วสูงทั้งหมดในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่รวมกันเสียอีก
เมืองสำคัญทุกแห่งของจีนเชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง โดยมีเส้นทางยาวหลายพันกิโลเมตร เช่น ปักกิ่ง–กวางโจว, เซี่ยงไฮ้–คุนหมิง และเส้นทางชายฝั่งจากเหนือจรดใต้
นอกจากเส้นทางหลักแล้ว ยังมีเส้นทางภูมิภาคระยะสั้นที่ช่วยให้เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมได้อย่างรวดเร็ว เช่น เขาเอ๋อเหมย, เมืองเล่อซาน ที่มีพระใหญ่เล่อซานอันโด่งดัง และ กุ้ยหลิน ที่มีภูมิทัศน์แม่น้ำและภูเขาหินปูนสุดงดงาม
🚄 ประเภทของรถไฟความเร็วสูงในประเทศจีน
ในประเทศจีนมีรถไฟความเร็วสูงอยู่ 3 ประเภท ซึ่งแตกต่างกันตามเส้นทางที่วิ่ง ความเร็วในการเดินทาง และราคาตั๋ว แต่ละขบวนมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น Wi-Fi, ปลั๊กไฟ (บางครั้งมีช่อง USB), พื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง และบริการอาหารบนรถไฟ
มีที่นั่งให้เลือก 3 ระดับ ได้แก่ ชั้นสอง (เรียงที่นั่ง 3 + 2 ต่อแถว), ชั้นหนึ่ง (2 + 2) และชั้นธุรกิจ (1 + 2) นอกจากนี้ยังมีตู้นอนสำหรับการเดินทางไกลข้ามคืน
1. รถไฟ G (Gaosu, 高速动车)
รถไฟ G เป็นรถไฟความเร็วสูงที่เร็วที่สุดในประเทศจีน ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 350 กม./ชม. วิ่งบนเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ล่าสุด เชื่อมต่อเมืองใหญ่ ๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเซินเจิ้น
2. รถไฟ D (Dongche, 动车组)
รถไฟ D มีความเร็วต่ำกว่ารถไฟ G เล็กน้อย โดยวิ่งที่ความเร็วประมาณ 200-250 กม./ชม. ให้บริการทั้งบนรางความเร็วสูงและรางปกติ ครอบคลุมระยะทางกลางถึงไกล มักมีตู้โดยสารตู้นอนสำหรับการเดินทางข้ามคืน จึงเหมาะสำหรับการเดินทางไกล และโดยทั่วไปจะมีราคาถูกกว่ารถไฟ G เล็กน้อย
3. รถไฟ C (Chengji, 城际动车组)
รถไฟ C เป็นรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมือง ออกแบบมาสำหรับการเดินทางระยะสั้นระหว่างเมืองที่อยู่ใกล้กัน (ประมาณ 200-400 กม.) ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 250 กม./ชม. และมีรอบวิ่งบ่อยตลอดทั้งวัน จึงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้เดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับ เนื่องจากความสะดวกและความถี่ของการให้บริการ
🚉 สถานที่ซื้อตั๋ว
การจองตั๋วออนไลน์ถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุดสำหรับนักเดินทางส่วนใหญ่ โดยมีเว็บไซต์และแอปหลายแห่งที่สามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ เริ่มจากเว็บไซต์ทางการของ China Railway 12306.cn ซึ่งมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน พร้อมรองรับบัตรเครดิตระหว่างประเทศ
แพลตฟอร์มของบุคคลที่สาม เช่น Trip.com หรือ Klook.com มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายกว่า และรองรับหลายภาษา รวมถึงภาษาไทย
นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วผ่านแอป WeChat และ Alipay หรือซื้อตรงที่สถานีได้ แต่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น อาจหาตั๋วตามเวลาที่ต้องการได้ยาก โดยทั่วไปสามารถจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าได้สูงสุด 30 วัน
💡 ข้อควรจำ: ควรมาถึงสถานีอย่างน้อย 45–60 นาที ก่อนเวลาออกเดินทาง และต้องพกหนังสือเดินทางทุกครั้ง เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ในการรับตั๋วหรือสแกนตั๋วเพื่อขึ้นรถไฟ
🚄 เส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับนักเดินทาง
1. ปักกิ่ง ↔ เซี่ยงไฮ้
เป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่มีผู้โดยสารมากที่สุดในจีน และมีความเร็วเฉลี่ยสูงที่สุด เส้นทางนี้เชื่อมเมืองหลวงของจีนกับเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีและมหานครขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผ่านเมืองเทียนจิน จี่หนาน หนานจิง และซูโจว
- ระยะทาง: 1,318 กม.
- เวลาเดินทาง (G-Trains): ประมาณ 4.5–6 ชั่วโมง
- ความถี่: มากกว่า 100 ขบวนต่อวัน
- ราคาตั๋ว: เริ่มต้น 553 หยวน
2. ปักกิ่ง ↔ กวางโจว
เชื่อมภาคเหนือของประเทศกับเขตมหานครปากแม่น้ำเพิร์ลทางภาคใต้ได้ภายในเพียง 8 ชั่วโมง และจากที่นี่สามารถเดินทางต่อไปยัง ฮ่องกง และมาเก๊าได้อย่างรวดเร็ว
- ระยะทาง: 2,298 กม.
- เวลาเดินทาง (G-Trains): 8–10.5 ชั่วโมง
- ความถี่: ประมาณ 8 ขบวน G-trains ต่อวัน
- ราคาตั๋ว: เริ่มต้น 862 หยวน
3. เซี่ยงไฮ้ ↔ หางโจว
เดินทางสู่หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของจีนอย่างรวดเร็ว แนะนำให้เลือกขบวน D-class หรือหากต้องการประหยัดมากขึ้น สามารถเลือกขบวนที่ช้ากว่า ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง
- ระยะทาง: 202 กม.
- เวลาเดินทาง: 45 นาที – 1 ชั่วโมง
- ความถี่: มากกว่า 200 ขบวนต่อวัน
- ราคาตั๋ว: เริ่มต้น 47 หยวน
4. ปักกิ่ง ↔ ซีอาน ↔ เฉิงตู
ซีอาน บ้านของกองทัพดินเผา (Terracotta Army) สามารถแวะเที่ยวระหว่างทางจากปักกิ่งไปเฉิงตู โดยช่วงปักกิ่ง–ซีอานมีความเร็วเฉลี่ยสูง
- ระยะทาง: 1,216 กม. + 680 กม.
- เวลาเดินทาง: 4–6 ชม. (ปักกิ่ง–ซีอาน) / 3–4 ชม. (ซีอาน–เฉิงตู)
- ความถี่: ประมาณ 20 และ 40 ขบวน G-trains ต่อวันตามลำดับ
- ราคาตั๋ว: เริ่มต้น 468 หยวน (ปักกิ่ง–ซีอาน) / เริ่มต้น 263 หยวน (ซีอาน–เฉิงตู)
5. เฉิงตู ↔ เล่อซาน
เดินทางอย่างรวดเร็วสู่เมืองเล่อซาน พร้อมทางแยกไปยังภูเขาเอ๋อเหมย (Emei) หนึ่งในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนาในจีน
- ระยะทาง: 135 กม.
- เวลาเดินทาง: 45 นาที – 1 ชั่วโมง
- ความถี่: มากกว่า 50 ขบวนต่อวัน
- ราคาตั๋ว: เริ่มต้น 51 หยวน
6. อู่ฮั่น ↔ จางเจียเจี้ย
มุ่งสู่จางเจียเจี้ย แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติชื่อดังของจีนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์ Avatar โดยมีรถไฟตรงจากเซี่ยงไฮ้ 3 ขบวนต่อวัน แต่โดยปกติคุณต้องเปลี่ยนรถไฟที่ฉางชา
ฉางซา
- ระยะทาง: 533 กม.
- เวลาเดินทาง: 5 ชั่วโมง
- ความถี่: รถไฟตรงเพียง 2 ขบวนต่อวัน
- ราคาตั๋ว: เริ่มต้น 427 หยวน
7. คุนหมิง ↔ ต้าหลี่ ↔ ลี่เจียง
เปิดประตูสู่พื้นที่ภูเขาสวยงามของมณฑลยูนนานจากเมืองหลวงคุนหมิง เดินทางต่อเพื่อเที่ยวภูเขาหิมะหยก (Jade Dragon Snow Mountain) หุบเขาเสือกระโจน (Tiger Leaping Gorge) หรือมุ่งสู่แชงกรี-ลา ชายขอบทิเบต
- ระยะทาง: 341 กม. (คุนหมิง–ต้าหลี่) + 165 กม. (ต้าหลี่–ลี่เจียง ทางรถไฟปกติ)
- เวลาเดินทาง: 3.5–4.5 ชั่วโมง
- ความถี่: มากกว่า 10 ขบวนต่อวัน (ประมาณ 80 ขบวนจากคุนหมิงไปต้าหลี่)
- ราคาตั๋ว: เริ่มต้น 166 หยวน
🚆 จากประเทศไทยไปประเทศจีนโดยรถไฟ
ตั้งแต่ปลายปี 2021 เป็นต้นมา ได้มีเส้นทางรถไฟใหม่เชื่อมต่อจากนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ไปยังนครคุนหมิง ประเทศจีน ทำให้สามารถเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศจีนได้โดยรถไฟ โดยเริ่มจากกรุงเทพฯ หรือจังหวัดอื่นๆ เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น และอุดรธานี
อย่างไรก็ตาม ยังมีช่วงเส้นทางสั้นๆ ที่ต้องเดินทางด้วยรถบัส แท็กซี่ หรือวิธีอื่น ระหว่าง สถานีรถไฟท่านาแล้ง เวียงจันทน์ กับ สถานีรถไฟลาว–จีน ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางเหนือประมาณ 20 กม.
การเดินทางจากเวียงจันทน์ไปคุนหมิงใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ให้บริการวันละ 2 เที่ยว ราคาตั๋วเริ่มต้นที่ 2,500 บาท และจากคุนหมิงสามารถต่อรถไฟไปยังแหล่งท่องเที่ยวและเมืองสำคัญต่างๆ ในประเทศจีนได้
